phonology morphology syntax semantics pragmatics · pdf file • semantics •...

Click here to load reader

Post on 29-Jul-2020

5 views

Category:

Documents

0 download

Embed Size (px)

TRANSCRIPT

  • Language characteristics in intellectual disability • Phonology • Morphology • Syntax • Semantics • Pragmatics

    อ. ปาริชาต คุณาธรรมรักษ์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์สื่อความหมายและความผิดปกติของการสื่อความหมาย

    คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

  • 1. Phonological skills

    •Articulation: ถ้าเรามุ่งเน้นที่ Articulation เราสนใจที่จะพิจารณาว่าเด็กจะเคลื่อนไหว อวัยวะที่ใช้ในการพูดอย่างไรให้ได้เสียงที่ถูกต้อง •Phonology: ถ้าเรามุ่งเน้นที่ Phonology เราจะสนใจว่าเสียงอะไรที่ปรากฏในภาษาและมี รูปแบบของการเกิดเสียงได้อย่างไร เช่น fronting, backing เป็นต้น •Phonological processes: เราจะสนใจว่าเด็กจะเปลี่ยน phonological rules (กฎของ เสียง) ได้อย่างไรเพื่อให้เป็น pattern ของตนเองโดยเสียงที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ถูกต้องแต่ สามารถออกได้ง่าย เช่น เด็กได้ยินคำว่า “คุด” มี pattern คือ CVC แต่เด็กพูดไม่ได้เด็ก จะพูดเป็น “คุ” ซึ่งมี pattern คือ CV แล้วเด็กจะเปลี่ยนเมื่อเด็กได้รับการฝึกฝนให้เป็น CVC หรือใกล้เคียงกับผู้ใหญ่เมื่อเด็กโตขึ้นในเด็กปกติ •Phonology ในแง่ของ receptive language จะคำนึงถึงเรื่อง การได้ยิน การแยกแยะเสียงใน ภาษา (discriminating of sounds in language) •Phonology ในแง่ของ expressive language จะคำนึงถึงเรื่อง การพูด การออกเสียงใน ภาษา (production of sounds in language)

    ทบทวน

  • โดยส่วนใหญ่แล้วเด็ก mental retardation กว่า 70% มักจะมีความยากลำบาก ในการเรียนรู้การออกเสียงพูดและมีปัญหาพูดไม่ชัด (Fristoe & Lloyd, 1979) ซึ่งระดับความรุนแรงของการพูดไม่ชัดขึ้นอยู่กับระดับความบกพร่องของสติปัญญา (degree of cognitive impairment) และปัญหาทางคลินิกด้านอื่นๆ เช่น genetic syndrome, orofacial anomalies (ได้แก่ cleft palate), hearing loss

    3

    ในด้านของ phonological process จะพบว่า เด็ก mental retardation จะ มี patterns คล้ายคลึงกับเด็กปกติ เช่น deletion of consonants, distortions of sounds, substitution แต่มีข้อสังเกตว่า เด็ก mental retardation จะพบ pattern ของ deletion of consonants มากกว่า pattern อื่นๆ นอกจากนี้เด็กที่ีมีความบกพร่องของสติปัญญาในระดับที่รุนแรงมากขึ้นก็จะยิ่งมี ปัญหาของการพูดไม่ชัดเพิ่มขึ้นด้วย (Shriberg & Widder, 1990)

  • Phonological processes and children with Down syndrome

    ในช่วงอายุ 18 เดือน - 2 ปี จำนวนและชนิดของ phonological process ที่เด็ก Down syndrome และเด็กปกติใช้จะเท่ากัน แต่เมื่ออายุ 4 ปี เด็ก Down syndrome จะ ยังคงใช้ phonological process อยู่และใช้มากกว่าเด็กปกติ

    phonological process หรือ simplification rules ที่พบบ่อยในเด็ก down syndrome ได้แก่

    ‣Final consonant deletion: การไม่ออกเสียงคำท้ายหรือตัวสะกด เช่น ขุด เป็น ขุ ‣Consonant cluster reduction: การที่เสียงใดเสียงหนึ่งถูกละออกไปโดยที่เสียงสอง เสียงนั้นจะต้องอยู่เรียงกัน เช่น ครู เป็น คู

    ‣Stopping: การใช้เสียง stop แทนเสียง affricate และ fricative เช่น [ t / s ] ‣Fronting: การใช้เสียงด้านหน้าแทนเสียงด้านหลังของปาก เช่น [ t / k ] ‣Backing: การใช้เสียงด้านหลังแทนเสียงด้านหน้าของปาก เช่น [ k / t ] ‣Weak consonant deletion: การไม่ออกเสียงพยางค์ที่ไม่เน้นในคำหลายพยางค์ พบในภาษาอังกฤษ เช่น hamburger เป็น hamger

    4

  • 2. Morphological skills

    Morphology: เป็นการใช้กฎที่ใช้ประกอบกันขึ้นมาเป็นคำ เป็น หน่วยที่เล็กที่สุดที่มีความหมาย แบ่งออกเป็น

    -Free morpheme คำที่อยู่เป็นอิสระทำหน้าที่เหมือนกับคำ 
 -Bound morpheme หน่วยของคำที่อยู่เป็นอิสระเองไม่ได้

    ✤ Inflectional morphology: จะสัมพันธ์กับโครงสร้างของ ภาษาและกฎไวยากรณ์ แต่กฎนี้จะไม่ก่อให้เกิดคำใหม่ เช่น การเติม “-s”, “-ed” ในภาษาอังกฤษ

    5

    ทบทวน

  • ✤Derivational morphology: การก่อให้เกิดคำใหม่ ได้แก่ -Compounding: combining two words (free morphemes) 
 การเชื่อม free morpheme 2 morpheme เข้าด้วยกันเป็นคำใหม่ เช่น แม่ + น้ำ = แม่น้ำ -Affixation: adding bound morphemes to a base word
 การเติม bound morpheme ลงไปในคำเดิม เช่น “un-” , “อ-” -Conversion: simply changing a word from one class to another without adding any derivational affixes

    เป็นการเปลี่ยนแปลงคำโดยที่ไม่ได้เติม bound morpheme ลงไป ซึ่งการ เปลี่ยนแปลงนั้นจะทำให้เปลี่ยนชนิดของคำ เช่น คำว่า “ขัน” ถ้าเป็นคำนาม หมายถึง ภาชนะที่ใช้ตักน้ำ ถ้าเป็นคำกริยาหมายถึงหัวเราะ, lunch กับ to lunch เป็นต้น

    •Morphology ในแง่ของ receptive language จะคำนึงถึง ความเข้าใจหน่วยคำที่มีความหมาย (comprehending meaning units) •Morphology ในแง่ของ expressive language จะคำนึงถึง การใช้หน่วยคำที่มีความหมาย (producing meaning units)

    ทบทวน

  • เด็กจะเรียนรู้กฎของหน่วยคำหรือ morphological rules โดยการฟังจากบุคคลต่างๆ และการเรียนรู้ morphological skills มีความเป็นนามธรรม เช่น การใช้ “un-” , “อ-” ในความหมายเชิงลบ ดังนั้นกฎของหน่วยคำจะยากสำหรับเด็กที่มีสติปัญญาล่าช้า

    โดยส่วนใหญ่แล้วการศึกษาเกี่ยวกับ morphological skills จะทำในกลุ่มตัวอย่างที่เป็น เด็ก Down syndrome (Eadie et al., 2002; Chapman et al., 1998; Laws & Bishop, 2003; Rutter & Buckley, 1994) พ