น้ำ (water) m2

Post on 27-Jul-2015

303 Views

Category:

Documents

3 Downloads

Preview:

Click to see full reader

TRANSCRIPT

LOGO

โรงเรยนเฉลมพระเกยรตสมเดจพระศรนครนทร กาญจนบร

กลมสาระการเรยนรวทยาศาสตร

รายวชา วทยาศาสตร 3 ( ว 22101)

เรอง น า (water)

โดยครสกญญา นาคอน

เมอเรยนจบแลวนกเรยนสามารถ

1. ส ารวจและอธบายลกษณะแหลงน าธรรมชาต การใชประโยชนและการอนรกษแหลงน าในทองถน 2. ทดลองเลยนแบบและอธบายการเกดแหลงน าใตดน

โลกของเราประกอบขนดวยพนดนและพนน า โดยสวนทเปนฝนน านน มอยประมาณ 3 สวน (75%) และเปนพนดน 1 สวน (25%) น ามความส าคญอยางยงกบชวตของพชและสตวบนโลกรวมทงมนษยเราดวย

น า (Water)

น า (Water)

ในรางกายคน มน าอย 2 ใน 3 ของน าหนกตว

ผวโลก มน า 71% หรอ 3 ใน 4 ของพนทผวโลก

ประเภทของแหลงน าบนโลก

1. น าผวดน

2. น าใตดน

น าผวดน น าผวดน คอ น าทอยบนพนผวโลก

เกดจากมนษยสรางขน ไดแก อางเกบน า เขอน ฝาย เกดขนเองตามธรรมชาต ไดแก ทะเล แมน า ล าคลอง หนอง บง

น าใตดน น าใตดน คอ น าทเกดอยใตผวดน เหนอชนหนท น าซมผานไดยาก ไดแก

1. น าในดน เปนน าทซมอยในดนเหนอชนหนทน าซมผานไดยาก

ระดบน าในดนเปลยนแปลงตลอดเวลาขนอยกบปรมาณน าฝน หรอน าทซมลงไป

น าใตดน 2. น าบาดาล

เปนน าในดนทซมผานชนหนทน าซมผานไดยาก ลงไปอยในชองวางของชนหนทมรพรน การสบน าบาดาลมาใชท าใหแผนดนทรด

คณสมบตของน า คณสมบตทางกายภาพ น าเปนของเหลวทอณหภมปกต น าบรสทธ ใส ไมมกลน ไมมรส และมคณสมบตตอไปน 1. จดเยอกแขง ของน ามคาเทากบ 0 °C

2. มจดเดอด 100 °C

3. การระเหย น าอาจระเหยเปนไอไดทก

อณหภม

คณสมบตของน า 4. การขยายตวและการหดตวของน า เมอไดรบความรอน น าจะมอณหภมสงขนและจะขยายตว เมออณหภมลดต าลงน าจะหดตว ถาอณหภมลดต าลงไปเรอย ๆ น าจะหดตวลงทกท แตเมออณหภมลดลงถง 4 °C น าจะกลบขยายตวและจะขยายตวเพมมากขนเรอย ๆ จนกลายเปนน าแขงท 0 °C

5. ความหนาแนน คอ ตวเลขทบอกใหรวา สารนนหนงหนวยปรมาตรหนกเทาใด น า 1ลกบาศกเซนตเมตร หนก 1 กรม ดงนนคาความหนาแนนของน าจงเปน 1 กรมตอหนงลกบาศกเซนตเมตร

การลอยและการจม

คณสมบตของน า

6. ความตงผว ความตงผวเปนสมบตอยางหนงของของเหลว ความตงผวท าใหผวหนาของน าเปนเสมอนผวหนงบาง คลมน าขางใตไว

คณสมบตของน า

7. น ามแรงดน

8. มการรกษาระดบ

9. มรปรางเหมอนภาชนะทบรรจ

10. ไหลจากทสงลงสทต าเสมอ

คณสมบตของน า

คณสมบตของน า

1. น าเปนสารประกอบ มสตรเคม H2O หมายความวา หนงโมเลกลของน า ประกอบดวย H 2 อะตอม และ O 1 อะตอม 2. น าเปนตวท าละลายทดทสด

คณสมบตทางเคม

วฏจกรของน า วฏจกรของน า คอ การหมนเวยนเปลยนแปลงของน าในสถานะตางๆ กนจากพนดนและพนน าเขาสบรรยากาศ แลวกลบสพนดนแลพนน าอก

ประโยชนจากแหลงน า

1. น าเปนสงจ าเปนทเราใชส าหรบการดมกน การประกอบอาหาร ช าระรางกาย ฯลฯ

2. น ามความจ าเปนส าหรบการเพาะปลกเลยงสตว แหลงน าเปนทอยอาศยของปลาและสตวน าอน ๆ ซงคนเราใชเปนอาหาร

ประโยชนจากแหลงน า 3. ในการอตสาหกรรม ตองใชน าในขบวนการผลตใชลางของเสยใชหลอเครองจกรและระบายความรอน ฯลฯ 4. การท านาเกลอโดยการระเหยน าเคมจากทะเล 5. น าเปนแหลงพลงงาน พลงงานจากน าใชท าระหด ท าเขอนผลตกระแสไฟฟาได

ประโยชนจากแหลงน า

6. แมน า ล าคลอง ทะเล

มหาสมทร เปนเสนทางคมนาคมขนสงทส าคญ

7. ทศนยภาพของรมฝงทะเลและน าทใสสะอาดเปนแหลงทองเทยวของมนษย

ปญหาของทรพยากรน า

ปญหาส าคญ ๆ ทเกดขน คอ

1. ปญหาการมน านอยเกนไป เกดการขาดแคลนอนเปนผลเนองจากการตดไมท าลายปา ท าใหปรมาณน าฝนนอยลง เกดความแหงแลงเสยหายตอพชเพาะปลกและการเลยงสตว แกไขโดย

การท าฝนหลวง

2. ปญหาการมน ามากเกนไป เปนผลมาจากการตดไมมากเกนไป ท าใหเกดน าทวมไหลบาในฤดฝน สรางความเสยหายแกชวตและทรพยสน

ปญหาของทรพยากรน า ปญหาส าคญ ๆ ทเกดขน คอ

3. ปญหาน าเสย เปนปญหาใหมในปจจบน สาเหตทท าใหเกดน าเสย ไดแก

น าทงจากบานเรอน ขยะมลฝอยและสงปฎกลทถกทงสแมน าล าคลอง

น าเสยจากโรงงานอตสาหกรรม

ปญหาของทรพยากรน า

ปญหาส าคญ ๆ ทเกดขน คอ

น าฝนพดพาเอาสารพษทตกคางจากแหลงเกษตรกรรมลงสแมน าล าคลอง น าเสยทเกดขนนสงผลเสยหายทงตอสขภาพอนามย เปนอนตรายตอสตวน า และมนษย สงกลนเหมน รบกวน ท าใหไมสามารถน าแหลงน านนมาใชประโยชนไดทงการอปโภค บรโภค เกษตรกรรม และอตสาหกรรม

น าเสย

น าเสย คอ น าทไมเหมาะสมแกการอปโภคบรโภคของมนษยและสตว ตลอดจนการด ารงชวตของพชน าและสตวน า

การก าหนดคณภาพของน า

1. คา DO (Dissolved oxygen) หมายถง ปรมาณออกซเจนทละลายอยในแหลงน า แลงน าใดม DO ต ากวา 3 mg/l แหลงน านนจดเปนแหลงน าเสย

2. คา BOD (Biochemical oxygen demand) หมายถง ปรมาณออกซเจนในแหลงน าทแอโรบกแบคทเรยใชในการยอยสลายสารอนทรยในแหลงน า แหลงน าใดมคา BOD มากกวา 100 mg/l แหลงน านนจดเปนน าเสย

การก าหนดคณภาพของน า

3. คา COD (Chemical oxygen demand) หมายถง ปรมาณออกซไดซงกเอเจนซอยางแรงทตองการใชออกซไดส สารทออกซไดสไดทงหมดในแหลงน านน ใหกลายเปน CO2 และ H2O ปรมาณดงกลาวคดเทยบเปนปรมาณออกซเจนในน าได

แหลงทมา สารปนเปอนในน า ชนดของสาร ความเสยหาย บานเรอน

ขยะ

น าทง

สารอนทรย

สารอนทรย แบคทเรย จลนทรย

น าขาดออกซเจน น าเนา

น าขาดออกซเจน น าเนา

น ามเชอโรค โรงงานอตสาหกรรม

น าทง สารอนทรย สารอนนทรย สารกมมนตรงส

สารพษ ความรอน

น าขาดออกซเจน น าเนา

น าเปนพษ น าเปนพษสตวน าตาย น ารอน สตวน าตาย

ตารางแสดงแหลงทมา สารปนเปอนในน า ชนด และความเสยหาย

แหลงทมา สารปนเปอนในน า ชนดของสาร ความเสยหาย

การเลยงสตว

มลสตว สารอนทรย

แบคทเรย

จลนทรย

น าขาดออกซเจน

น าเนา

เหมองแร

น าทง สารกมมนตรงส

(สารอนนทรย)

สารพษ

(สารอนนทรย)

น าเปนพษ พช

และสตวน าตาย

น าเปนพษ พช

และสตวน าตาย

การเผาไหม

เถาถาน ตะกอน

ทราย

สารพษ ไมมน าสะอาดใช

ตารางแสดงแหลงทมา สารปนเปอนในน า ชนด และความเสยหาย

แหลงทมา สารปนเปอน

ในน า ชนดของสาร ความเสยหาย

การเพาะปลก

ปย

ยาฆาแมลง

ยาก าจดศตรพช

สารอนทรย

(อาหารพช)

สารอนทรย

สารอนทรย

สาหรายโตเรว

น าขาดออกซเจน

น ามสารพษ สตวน าตาย

น ามสารพษ สตวน าตาย

ตารางแสดงแหลงทมา สารปนเปอนในน า ชนด และความเสยหาย

ผลกระทบของน าเสยตอสงแวดลอม

1. เปนแหลงแพรระบาดของเชอโรค เชน อหวาตกโรค บด ทองเสย 2. เปนแหลงเพาะพนธของแมลงน าโรคตาง ๆ 3. ท าใหเกดปญหามลพษตอดน น า และอากาศ 4. ท าใหเกดเหตร าคาญ เชน กลนเหมนของน าโสโครก

ผลกระทบของน าเสยตอสงแวดลอม 5. ท าใหเกดการสญเสยทศนยภาพ เกดสภาพทไมนาด เชน สภาพน าทมสด าคล าไปดวยขยะ และสงปฎกล 6. ท าใหเกดการสญเสยทางเศรษฐกจ เชน การสญเสยพนธปลาบางชนดจ านวนสตวน าลดลง 7.ท าใหเกดการเปลยนแปลงระบบนเวศในระยะยาว

การอนรกษน า 1. การใชน าอยางประหยด การใชน าอยางประหยดนอกจากจะลดคาใชจายเกยวกบคาน าลงไดแลว ยงท าใหปรมาณน าเสยทจะทงลงแหลงน ามปรมาณนอย และปองกนการขาดแคลนน าไดดวย 2. การสงวนน าไวใช ในบางฤดหรอในสภาวะทมน ามากเหลอใชควรมการเกบน าไวใช เชน การท าบอเกบน า การสรางโองน า ขดลอกแหลงน า รวมทงการสรางอางเกบน า และระบบชลประทาน

การอนรกษน า 3. การพฒนาแหลงน า ในบางพนททขาดแคลนน า จ าเปนทจะตองหาแหลงน าเพมเตม เพอใหสามารถมน าไวใช ทงในครวเรอนและในการเกษตรไดอยางพอเพยง ปจจบนการน าน าบาดาลขนมาใชก าลงแพรหลายมากขนแตอาจมปญหาเรองแผนดนทรด

การอนรกษน า 4. การปองกนน าเสย การไมทงขยะและสงปฏกลและสารพษลงในแหลงน า น าเสยทเกดจากโรงงานอตสาหกรรม โรงพยาบาล ควรมการบ าบดและขจดสารพษกอนทจะปลอยลงสแหลงน า 5. การน าน าเสยกลบไปใช น าทไมสามารถใชไดในกจการอยางหนงอาจใชไดในอกกจการหนง เชน น าทงจากการลางภาชนะอาหาร สามารถน าไปรดตนไมได

LOGO

top related