เล่มที่ ๑ - wordpress.com...เล มท ๒ เร ยนร หล ก ค...

Post on 10-Jan-2020

9 Views

Category:

Documents

1 Downloads

Preview:

Click to see full reader

TRANSCRIPT

เลมท ๑คำควบกล ำ

“ว” แหวน แสนนำรก

ชดฝกทกษะกำรอำน กำรเขยนและกำรใชคำศพทพ นฐำน ชดคำควบกล ำกลมสำระกำรเรยนรภำษำไทย ช นประถมศกษำปท ๓

โดย.. นำงสำวลคนำ ศรจนทรงำมคร วทยฐำนะ ครชำนำญกำร

โรงเรยนเพชรเกษม(จตรงคสงครำมอนสรณ)สำนกงำนเขตบำงแค กรงเทพมหำนคร

คำนำ

ชดฝกทกษะการอาน การเขยนและการใชค าศพทพนฐาน ชดค าควบกล า กลมสาระการเรยนรภาษาไทย ชนประถมศกษาปท ๓ จดท าขนเพอใชประกอบการเรยนการสอนนกเรยนชนประถมศกษาปท ๓ เรอง ค าควบกล า ภายในชดฝก มทงหมดจ านวน ๔ เลม ไดแก

เลมท ๑ ค าควบกล า “ว” แหวน แสนนารกเลมท ๒ เรยนรหลก ค าควบกล า “ล” เลมท ๓ ไพเราะเสยง “ร” ควบกล าเลมท ๔ จดจ าค าควบกล าไมแท

เลมน เปนเลมท ๑ ค าควบกล า “ว” แหวน แสนนารก กจกรรมภายในเลมเปนกจกรรมฝกทกษะการอาน การเขยนและการใช ค าควบกล า “ว” ค าควบกล าทน ามาฝกเปนค าศพทพนฐานในระดบ ชนประถมศกษาปท ๓ ซงนกเรยนจ าเปนตองเรยนรเพอน าไปใชในการสอสาร

ผจดท าหวงเปนอยางยงวาจะเปนประโยชนตอการเรยน การสอนภาษาไทยในระดบชนประถมศกษาปท ๓

ลคนา ศรจนทรงามมถนายน ๒๕๕๔

เรอง หนำ

ค าน า ๑

ค าแนะน าการใชส าหรบนกเรยน ๔

ตวชวดและจดประสงคการเรยนร ๕

แบบทดสอบกอนเรยน ๖

ค าควบกล า ๑๑

อานไดเกงจง ๑๓

กจกรรมท ๑ เรยงใหมใหถกตอง ๑๕

กจกรรมท ๒ จ าแนกแยกค า ๑๖

กจกรรมท ๓ บนไดไขค า ๑๗

กจกรรมท ๔ มจฉาพาโชค ๑๘

กจกรรมท ๕ อกษรควบกล า “ว” หายไปไหน ๑๙

กจกรรมท ๖ ตอเตมเสรมค า ๒๐

กจกรรมท ๗ ขดเสนเนนค า ๒๑

กจกรรมท ๘ หาทอยใหอกษรควบกล า “ว” ๒๒

กจกรรมท ๙ ส านวนชวนคด ๒๓

สำรบญ

เรอง หนำ

กจกรรมท ๑๐ พอคาไมกวาด ๒๔

กจกรรมท ๑๑ เขยนค าท าประโยค ๒๕

กจกรรมท ๑๒ คดค าท าเรองด ๒๖

กจกรรมท ๑๓ จบครความหมาย ๒๗

กจกรรมท ๑๔ ใสค าทราบความ ๒๘

กจกรรมท ๑๕ เขาใจความหมายไดค า ๒๙

แบบทดสอบหลงเรยน ๓๐

เอกสารอางอง ๓๕

สำรบญ

ชดฝกกำรอำน กำรเขยนและกำรใชคำศพทพ นฐำน ชดคำควบกล ำเลมท ๑ คำควบกล ำ “ว” แหวน แสนนำรก

สงทนกเรยนตองปฏบตในกำรใชชดฝกทกษะ

๑. ศกษาตวชวด จดประสงคการเรยนรกอนการฝกเพอใหทราบถงวตถประสงคส าคญของการฝกทกษะ

๒. ท าแบบทดสอบดวยแบบทดสอบกอนเรยน เรอง ค าควบกล า “ว” แหวน แสนนารก จ านวน ๔๐ ขอ

๒. ปฏบตกจกรรมตามล าดบ ๑ ถง ๑๕ โดยฟงค าแนะน าจากครผสอน ใหความรวมมอในการปฏบตกจกรรมตางๆ ทครผสอนน าเสนอ ใชเวลาในการฝกทกวนๆ ละ ๖๐ นาท

๓. เมอปฏบตกจกรรมครบ ๑๕ กจกรรมท าแบบทดสอบหลงเรยน เรอง ค าควบกล า “ว” แหวนแสนนารก จ านวน ๔๐ ขอ

๑. มฐ. ท ๑.๑ ป. ๓/๑ อานออกเสยงค าขอความเรองสนๆ และ บทรอยกรองงายๆ ไดถกตองคลองแคลว

๒. มฐ. ท ๑.๑ ป. ๓/๒ อธบายความหมายของค าและขอความทอาน๓. มฐ. ท ๒.๑ ป. ๓/๑ คดลายมอตวบรรจงเตมบรรทด๔. มฐ. ท ๒.๑ ป. ๓/๒ เขยนบรรยายเกยวกบสงใดสงหนงไดอยางชดเจน๕. มฐ. ท ๔.๑ ป. ๓/๑ เขยนสะกดค าและบอกความหมายของค า๖. มฐ. ท ๔.๑ ป. ๓/๔ แตงประโยคงายๆ

๑. เมอก าหนด ค า ขอความ เรองสนๆ และบทรอยกรอง ค าทม “ว” เปนตวควบกล า นกเรยนสามารถอานออกเสยงได

๒. เมอก าหนดค า ขอความทม “ว” เปนตวควบกล า นกเรยนสามารถบอกความหมายและอธบายความหมายของค าหรอขอความได

๓. เมอก าหนดค าทม “ว” เปนตวควบกล า นกเรยนสามารถเขยน สะกดค าไดถกตอง

๔. นกเรยนสามารถคดลายมอตวบรรจงเตมบรรทดไดถกตองตามหลกเกณฑ

๕. เมอก าหนดรปภาพ ค าศพท หรอขอความทม “ว” เปนตวควบกล า สามารถเขยนบรรยายเกยวกบสงทก าหนดใหไดอยางชดเจน

๖. เมอก าหนดค าศพท ขอความ นกเรยนสามารถน าไปแตงประโยคได

ตวช วด

จดประสงคกำรเรยนร

ตอนท ๑ กำรอำนคำควบกล ำ “ว”

คำช แจง ใหนกเรยนอานค าตอไปนใหถกตองชดเจน๑. คว า ๒. ของขวญ๓. กวาง ๔. ควน๕. แตงกวา ๖. เควงควาง๗. มอขวา ๘. กวาดลาง๙. ขอความ ๑๐. กวดแกวง๑๑. ขวกไขว ๑๒. ขวากหนาม๑๓. ไกวเปล ๑๔. กวางไกล๑๕. ควายปา ๑๖. ควนไฟ ๑๗. ขบเกวยน ๑๘. พดแขวะ๑๙. มะขวด ๒๐. ควาญชาง

แบบทดสอบกอนเรยนเลมท ๑ คำควบกล ำ “ว” แหวน แสนนำรก

ตอนท ๒ เขยนตำมคำบอก

คำช แจง ใหนกเรยนฟงค าศพทจากครผสอนประกอบภาพแลวเขยนค าใหสมพนธกบภาพ

๑.

๒.

๓.

๔.

๕.

๖.

๗.

๘.

๙.

๑๐.

ตอนท ๓ เลอกตอบ

คำช แจง ใหนกเรยนเขยนเครองหมาย × ทบตวอกษรหนาค าตอบทถกทสด

๑. ค าในขอใดมค าควบกล า “ว” ทกค า ก. เขว เกยว ข. ขวน เจยว ค. ควา แขวง ง. ทว เหว

๒. ค าในขอใดไมมค าควบกล า “ว” ก. ความร ข. แกวงเทา ค. คางคาว ง. พดแขวะ

๓. ค าวา “ไขว” อานสะกดค าไดตามขอใด ก. ขวอ-วอ-ไอ-ไขว ข. ขอ-วอ-ไอ-โท-ไขว ค. ขว-ออ-ยอ-ไมโท-ไขว ง. ขอ-วอ-ไอ-ไขว-ไมโท-ไขว

๔. ค าวา “ความ-เคา-รบ” ขอใดเขยนไดถกตองก. ความเคราพ ข. ความเคารพ ค. ความเคารบ ง. ความเคราบ

๕. ส านวนในขอใดไมมค าควบกล า “ว” ก. เขยนเสอใหววกลว ข. เขาหซายทะลหขวา ค. น าเชยวอยาขวางเรอ ง. ซอควายหนานา ซอผาหนาตรษ

๖. ส านวนในขอใดมค าควบกล า “ว” ก. แมสายบวแตงตวคาง ข. ปากหวานกนเปรยว ค. ยนหมยนแมว ง. ปดควนไฟไมมด

๗. ค ากลาวทวา “อนความรรกระจางแตอยางเดยว แตใหเชยวชาญเถดจะเกดผล” มค าใดเปนค าควบกล า ว

ก. ความ ข. เดยว ค. เชยว ง. ผล

๘. “ชาวนาควาขวานแลวขบเกวยนไปตดตนพทรา” ประโยคนมค าควบกล า “ว” กค า

ก. ๒ ค า ข. ๓ ค า ค. ๔ ค า ง. ๕ ค า

๙. ประโยคใดมค าควบกล า “ว” มากทสดก. แตงกวาขวางลกขาง ข. สวนดอกไมแหงนกวางใหญมาก ค. แจวแหววกบแวววาวจงมอกนไปเทยวงานวดง. ประธานจดงานมอบถวยรางวลขวญใจชางภาพใหนางงาม

๑๐. “ชาวบานท าไม.............ขายเพอเพมรายไดใหครอบครว” ควรเตมขอใดลงในชองวาง

ก. ฝาด ข. กวาด ค. กาด ง. ขวาด

๑๐

คำควบกล ำจำแนกตำมกำรอำนเปน ๒ ประเภท คอ

คำควบกล ำแท คอ ค าทมพยญชนะ ๒ ตวเรยงกน พยญชนะตวหนาเปน ตว ก ข ค ต ป พ พยญชนะตวควบเปนตว ร ล ว ประสมสระเดยวกน เวลาอานจะออกเสยงพยญชนะทง ๒ ตว พรอมกน

คำควบกล ำ คอ คำทมพยญชนะตนสองตว ประสมดวยสระเดยวกน โดยทพยญชนะ ตวทสองคอ ร ล ว

คำควบกล ำ

คำควบกล ำแท คำควบกล ำไมแท

๑๑

มำรจกคำควบกล ำแททม “ว” เปนตวควบ

คำควบกล ำแททม “ว” เปนตวควบ พยญชนะตน ทควบกบ “ว” ไดแก ก ข ค

๑. คำควบกล ำเวลำสะกดตองมพยญชนะตนสองตว โดยจะม “ว” รวมอยในพยญชนะตน เชน ขวำน สะกดวำ ขอ - วอ - อำ - นอ - ขวำน ออกเสยงวำ ขวำน

๒. เมอมพยญชนะตนสองตวแลวตองไมอำนออกเสยง อะ กงเสยงทพยญชนะตนเชน สวำย สะกดวำ สอ - วอ - อำ - ยอ - สวำยออกเสยงวำ สะ – หวำย ซงไมใชคำควบกล ำแตเปนอกษรนำ (ส นำ ว)

๓. ตองไมใชคำทม ห นำเชน หวำน สะกดวำ หอ - วอ - อำ - นอ - หวำนออกเสยงวำ หวำน ซงไมใชคำควบกล ำแตเปนอกษรนำ (ห นำ ว)

๔. ระวงคำทม สระ - ว เชน สวย สะกดวำ ส - - ว – ย – สวย ซงเปนคำประสมสระ อว ไมใชคำควบกล ำ

๑๒

คำ สะกดวำ

แกวง กอ - วอ - แอ - งอ - แกวง - ไมเอก - แกวง

กวาน กอ - วอ - อา - นอ - กวาน - ไมโท - กวาน

เกวยน กอ - วอ - เอย - นอ - เกวยน

กวาน กอ - วอ - อา - นอ - กวาน

ไกว กอ - วอ - ไอ - ไกว

กวาด กอ - วอ - อา - ดอ - กวาด

กวก กอ - วอ - อะ - กอ - กวก

กวาง กอ - วอ - อา - งอ - กวาง

กวาง กอ - วอ - อา - งอ - กวาง

กวดแกวง กอ - วอ - อะ - ดอ - กวด - กอ - วอ - แอ - งอ - แกวง -ไมเอก - แกวง - กวดแกวง

แตงกวา ตอ - แอ - งอ - แตง - กอ - วอ - อา - กวา - แตงกวา

ขวญ ขอ - วอ - อะ - นอ - ขวน

ขวา ขอ - วอ - อา - ขวา

ขวาง ขอ - วอ - อา - งอ - ขวาง - ไมโท - ขวาง

ขวาง ขอ - วอ - อา - งอ - ขวาง

ขวากหนาม ขอ - วอ - อา - กอ - ขวาก - หอ - นอ - อา - มอ - หนาม -ขวากหนาม

แขวง ขอ - วอ - แอ - งอ - แขวง

คำควบกล ำ “ว” นำอำนอำนไดเกงจง

๑๓

คำ ออกเสยงวำ

แขวน ขอ - วอ - แอ - นอ - แขวน

ไขวเขว ขอ - วอ - ไอ - ไขว - ไมโท - ไขว

ไขวหาง ขอ - วอ - ไอ - ไขว - ไมเอก - ไชว - หอ - อา - งอ - หาง -ไมโท - หาง - ไขวหาง

ขวกไขว ขอ - วอ - อะ - กอ - ขวก - ขอ - วอ - ไอ - ไขว - ไมเอก - ไขวขวกไขว

มะขวด มอ - อะ - มะ - ขอ - วอ - อ - ดอ - ขวด - มะขวด

แขวะ ขอ - วอ - แอะ - แขวะ

ขวบ ขอ - วอ - อะ - บอ - ขวบ

ควน คอ - วอ - อะ - นอ - ควน

คว า คอ - วอ - อ า - คว า - ไมเอก - คว า

ควาญ คอ - วอ - อา - นอ - ควาน

ควา คอ - วอ - อา - ควา - ไมโท - ควา

ควก คอ - วอ - อะ - กอ - ควก

ควานหา คอ - วอ - อา - นอ - ควาน - หอ - อา - หา - ควานหา

ควาย คอ - วอ - อา - ยอ - ควาย

ควน คอ - วอ - อะ - นอ - ควน - ไมเอก - ควน

ความ คอ - วอ - อา - มอ - ความ

แคว คอ - วอ - แอ - แคว

คำควบกล ำ “ว” นำอำนอำนไดเกงจง

๑๔

นวค

ากวน

าขวง งขวา ขวนแ

กคว าควน ยาคว

กจกรรมท๑

ใหนกเรยนน าพยญชนะ สระ วรรณยกต และตวสะกดมาเรยงใหมใหเปนค าทมความหมาย

ากวด ากว งกวแ

ตวอยำง

คดลำยมอ

กวาน

คำช แจง

๑๕

กจกรรมท๒

ใหนกเรยนแยกสวนประกอบของค าใหถกตอง

คำอกษร

ควบกล ำ “ว”สระ ตวสะกด รปวรรณยกต

ตวอยาง

กวางกว ำ ง

ขวญ

คว า

กวาง

ขวด

ควน

แกวง

ขวบ

ควก

กวก

คำช แจง

๑๖

กจกรรมท๓

เตมพยญชนะ และสระ ค าควบกล า “ว” ลงใน ใหสมพนธกบความหมายทก าหนดให

๑. ผเลยงและขบขชาง คนบงคบชาง๒. ตรงขามกบซาย๓. รวบรวมจากทตางๆ มาไว๔. อาการทหมนหรอลอยไปตาม

กระแสลม กระแสน า๕. แกวงไปมา

๑. ฉวย โฉบ จบมาโดยเรว๒. เครองมอส าหรบตด ฟน ผา ถากไม๓. ชอดวงปกแขงชนดหนง๔. เหไปนอกทาง ผดทาง ไมตรงทาง๕. ขด กาย สบกน

ค า

ข น

ก ง

เ ว

ไ ว

แนวนอน

แนวต ง

คำช แจง

๑.๓.

๑.๔. ๑

.๕. ๑

.๖. ๑

.๗.

๑.๘. ๑

.๙. ๑

.๑๐.

๑.๑. ๑

.๒.

๑๗

กจกรรมท ๔

ใหนกเรยนน าค าทก าหนดใหมาเขยนลงในชองวางตามหมวดทก าหนดใหถกตอง

ขวำน ลมควำ ไกวเปล สองแคว แขวงนำงกวก หนขวบ วำควำม ขวำงทำง กวำงไกลควำมเคำรพ นกแขวก กวำดตอน ควำแขน กวำงไพรควำนหำ ขวำงปำ แกวงแขน ไขวเขว ควำญชำง

คำช แจง

กว ขว คว

๑.

๒.

๓.

๔.

๕.

๖.

๗.

๑.

๒.

๓.

๔.

๕.

๖.

๗.

๑.

๒.

๓.

๔.

๕.

๖.

๗.

๑๘

กจกรรมท ๕

ใหนกเรยนเตมค าควบกล า “ว” ลงใน เพอใหสมพนธกบความหมายทก าหนดให

ตวอยำง ผเลยงและขบขชาง คนบงคบชาง

๑. อาการทเอาเทาขางหนงพาดบนเขาอกขางหนงตงชน

๒. สงทคดวาจะได

๓. ก าจดใหหมดไป

๔. เนอความตอนหนงๆ ใจความสนๆ ของเรอง

๕. พดถง พดชม และต

๖. สงทคดวาควรจะเปน

๗. เลก หยด

๘. ชอชนจนพวกหนง

๙. อปสรรค เครองขดขวาง

๑๐. แผออกไปมาก ใหญโต

ก ล า ว ญ

ข อ มา

า ด งาล

า ม นหเ

แ น มวน

า ง งต

ไ ห งา

ค ว า ญ

า ม วห ง

า ก านห ม

า ง า ง

คำช แจง

๑๙

กจกรรมท ๖

ใหนกเรยนดภาพแลวเตมพยญชนะ สระ วรรณยกต และตวสะกดลงในชองวาง ให เป นค าท ม คว ามหมายตรงกบภาพ ทก าหนดให

คำช แจง

๓. รถ

๕.

๑. ไม

๔. เขา ๖. ไฟ

๗. แตง ๙. คม๘. ขบ

๒. ของ

๒๐

กจกรรมท๗

อานบทรอยกรองทก าหนดใหแลวขดเสนใตค าควบกล า “ว”

คำช แจง

เขาขวนขวายความเรองงามหนาควายตาสาขวดยายพรงวงตาขวางฝายแมแพรวลกยายพรอมไมยอมวางถอขวานพลางไขวควาไลลาควาย

ถงคลองขวางบางกรวยระรวยจต ไมลมคดนมนอยละหอยหา เคยรวมสขทกขรอนแตกอนมา โอสนอายเจาไดเกาป

(นราศพระประธม/สนทรภ )

๒๑

กจกรรมท ๘

ใหนกเรยนเตมพยญชนะตนลงในชองวางเพอใหค ามความหมายแลวน าค าควบกล า “ว” มาเขยนใหมใหสวยงาม

๓. ยกมอ าขนนะคะ

๕. ดแ งดาบคม

๑. างปากอนอฐ

๔.. เดนกน กไ

๖. มะ ดผลกลมๆ

๗. นไฟเตมไปหมด

๙.การพดแ ะเปนสงไมควรท า

๘.ออย นหวานเจยบ

๑๐. างตวผเขายาว

๒. ามกตญญเปนสงด

คำช แจง

๒๒

กจกรรมท ๙

ใหนกเรยนเลอกค าควบกล า “ว” ทก าหนดใหไปเตมลงในชองวางเพอใหส านวน มความหมายสมบรณ

ขวำน ควำ ควำม แขวน แกวงขวด ควำย ขวำง ควำ กวำ

ตวอยำง ฆำ อยำเสยดำยพรก (ทำกำรใหญไมควรตระหน)

๑. รทวมหวเอาตวไมรอด (มความรมากแตไมรจกใชความรใหเปนประโยชน)

๒. เทาหาเสยน (รนหาเรองเดอดรอน)

๓. เสยมเขา ใหชนกน (ยยงใหทะเลาะกน)

๔. หวหกกน (เอาทกทาทกทาง โดยไมมความหมาย)

๕. ถวจะสก งากไหม (กวาจะท าเรองหนงส าเรจ อกเรองหนงทส าคญกวากลมเหลวลง)

๖. งไมพนคอ (ท าอะไรแลวผลรายกลบสตวเอง)

๗. ผาซาก (โผงผางไมเกรงใจใคร)

๘. น าเหลว (ไมไดผลตามตองการ)

๙. ชกซงตาม (ขดขวางผมอ านาจยอมไดรบความเดอดรอน)

๑๐. ใสสาแหรก ไว (เลยงดอยางพะเนาพะนอไมตองท าอะไร)

คำช แจง

๒๓

ควำย

กจกรรมท ๑๐

ใหนกเรยนเลอกค าทก าหนดใหไปเตมลงในชองวางในนทานเรองพอคาไมกวาดใหเปน เรองทมใจความสมบรณ

ขวาง

กวกมอ

กวาดตอน

ไมกวาด

ขวกไขว

ความเพลดเพลน

ขบเกวยน

พอคำไมกวำด

คำช แจง

๒๔

ไขวเขว มงขวญ

นาย ขน นาประหลาดม วง หนาคนเลยง กวางเดนผานมา สขอราดวย ใจ

พอคาตงใจไปขายไมกวาดไปตลาดเหนคนเดน จง เรยกลกคามาไวไวอยา ใจรบมาซอหากน

ลคนา ศรจนทรงาม /ผแตง

กวาง

กจกรรมท๑๑

ใหนกเรยนวงกลมลอมรอบค าควบกล า “ว” ทก าหนดใหแลวเลอกค าไปแตงประโยค

๑. ค าประโยค

๒. ค าประโยค

๓. ค าประโยค

๔. ค าประโยค

๕. ค าประโยค

คำช แจง

ไถล แขวน ควำทรำย ขบวน กวำดขวำน กวำง ควนครก ควำ คลม

๒๕

กจกรรมท ๑๒

ใหนกเรยนหาค าตามหมวดทก าหนดให หมวดละ ๒ ค า แลวน าค าควบกล า “ว” ทง ๖ ค า ไปแตงเรองใหมใจความสมบรณพรอมกบตงชอเรองใหสมพนธกบเรอง

เรอง

คำช แจง

หมวด “ก” ควบ “ว”

หมวด “ข” ควบ “ว”

หมวด “ค” ควบ “ว”

๒๖

๑. ทอง ก าลงมดครมคณแมจงรบ ตะกราไปเกบผา(ฟำ, ควำ)๒. นายพรานจบ ไดใกลๆ กอง (ฟำง, กวำง)๓. แตงโม วาคณแมน าของ วนเกดมาให (ขวญ, ฝน)๔. นก เกาะบนตนหญา (แขวก, แฝก)๕. ยา คอเดกมรส (ฝำด, กวำด)๖. พอคาใหเดกน า น าอดลมมาแลกรางวลทาง มอ (ขวำ, ฝำ)๗. คณแม เปลจนนองหลบแลวจงไปกอ (ไกว, ไฟ)๘. คณตาซอออย ใหชายทมสต เฟอน (ฟน, ควน)๙. ชาวไทยเชอสายจน กบการซอหาของเซนไหวในราน

ทมผคน (ขวกไขว, ฝกใฝ)๑๐. คณคร มอเรยกนกเรยนใหมาด บว (ฝก, กวก)

กจกรรมท ๑๓

ใหนกเรยนเลอกค าทก าหนดให ทายประโยคมาเตมในชองวางเพอใหประโยคมความหมายสมบรณ

คำช แจง

๒๗

๑. คณครพละสอนเดกอนบาลให ลกบอล ๒. แมคาขนมหวานน าเมลดขาว มาตม

ใหสกแลวใสน าตาลราดกะท

๓. รถทสภาพไมดปลอย ด าออกมา ๔. นกเรยนของกรงเทพมหานครไดรบ

การตรวจ ทกคน

๕. พมเงนมาก ฉน ๓๐ บาท๖. กกไกเปนหวดเพราะชอบวง สายฝน

๗. ลงจอนอน หางอยางสบายอารมณ๘. เดกๆ ถา เรยนรจะเปนคนเกง

๙. นกกาเหวาออกไขแลวใหแมกา๑๐. แมคา กะปมาชงขายใหลกคา

กจกรรมท ๑๔

น าค าในวงเลบเตมลงในชองวางใหถกตอง

(ฟน, ควน)

(ควก, ฟก)

(กวำ, ฝำ)

(ใฝ, ไขว)

คำช แจง

(ฟำง, ขวำง)

๒๘

กจกรรมท ๑๕

ใหนกเรยนเลอกค าทก าหนดใหมาเตม ใหสมพนธกบความหมาย

คำช แจง

๑.(ควา, ฟา) ๒. (ฝน ,ขวญ) ๓. (ฟน, ควน)

๔.(กวาด , ฝาด)๕.(แฝง , แขวง)

๑. อากาศ สวนบนทมองเหนรอบแผนดน คอค าวา

ฉวย โฉบ จบมาโดยเรว คอค าวา

๒. เหนเปนเรองราวเมอหลบ คอค าวา

ผมหรอขนทขนเวยนเปนกนหอย คอค าวา

๓. ท าใหเปนรอยโดยรอบ คอค าวา

ท าใหเขาเกลยวกน คอค าวา

๔. ท าใหเตยน เอายาปายในล าคอ คอค าวา

รสชาตประเภทหนง คอค าวา

๕. หลบ แอบ ซอน เรน คอค าวา

ต าบล แดน สวน เขต ฝาย คอค าวา

๒๙

ตอนท ๑ กำรอำนคำควบกล ำ “ว”

คำช แจง ใหนกเรยนอานค าตอไปนใหถกตองชดเจน๑. คว า ๒. ของขวญ๓. กวาง ๔. ควน๕. แตงกวา ๖. เควงควาง๗. มอขวา ๘. กวาดลาง๙. ขอความ ๑๐. กวดแกวง๑๑. ขวกไขว ๑๒. ขวากหนาม๑๓. ไกวเปล ๑๔. กวางไกล๑๕. ควายปา ๑๖. ควนไฟ ๑๗. ขบเกวยน ๑๘. พดแขวะ๑๙. มะขวด ๒๐. ควาญชาง

แบบทดสอบหลงเรยนเลมท ๑ คำควบกล ำ “ว” แหวน แสนนำรก

๓๐

ตอนท ๒ เขยนตำมคำบอก

คำช แจง ใหนกเรยนฟงค าศพทจากครผสอนประกอบภาพแลวเขยนค าใหสมพนธกบภาพ

๑.

๒.

๓.

๔.

๕.

๓๑

๖.

๗.

๘.

๙.

๑๐.

๓๒

ตอนท ๓ เลอกตอบ

คำช แจง ใหนกเรยนเขยนเครองหมาย × ทบตวอกษรหนาค าตอบทถกทสด

๑. ค าในขอใดมค าควบกล า “ว” ทกค า ก. ควา แขวง ข. ทว เหวค. เขว เกยว ง. ขวน เจยว

๒. ค าในขอใดไมมค าควบกล า “ว” ก. ความร ข. แกวงเทาค. คางคาว ง. พดแขวะ

๓. ค าวา “ไขว” อานสะกดค าไดตามขอใด ก. ขวอ-วอ-ไอ-ไขว ข. ขอ-วอ-ไอ-โท-ไขวค. ขว-ออ-ยอ-ไมโท-ไขว ง. ขอ-วอ-ไอ-ไขว-ไมโท-ไขว

๔. ค าวา “ความ-เคา-รบ” ขอใดเขยนไดถกตองก. ความเคารพ ข. ความเคราพค. ความเคราบ ง. ความเคารบ

๕. ส านวนในขอใดไมมค าควบกล า “ว” ก. เขาหซายทะลหขวา ข. เขยนเสอใหววกลวค. น าเชยวอยาขวางเรอ ง. ซอควายหนานา ซอผาหนาตรษ

๖. ส านวนในขอใดมค าควบกล า “ว” ก. ยนหมยนแมว ข. ปดควนไฟไมมดค. แมสายบวแตงตวคาง ง. ปากหวานกนเปรยว

๓๓

๗. ค ากลาวทวา “อนความรรกระจางแตอยางเดยว แตใหเชยวชาญเถดจะเกดผล” มค าใดเปนค าควบกล า “ว”

ก. เชยว ข. ผลค. ความ ง. เดยว

๘. “ชาวนาควาขวานแลวขบเกวยนไปตดตนพทรา”ประโยคนมค าควบกล า “ว” กค า

ก. ๓ ค า ข. ๒ ค า ค. ๕ ค า ง. ๔ ค า

๙. ประโยคใดมค าควบกล า “ว” มากทสดก. แตงกวาขวางลกขางข. สวนดอกไมแหงนกวางใหญมากค. แจวแหววกบแวววาวจงมอกนไปเทยวงานวดง. ประธานจดงานมอบถวยรางวลขวญใจชางภาพใหนางงาม

๑๐. “ชาวบานท าไม.............ขายเพอเพมรายไดใหครอบครว” ควรเตมขอใดลงในชองวาง

ก. กวาด ข. ฝาดค. ขวาด ง. กาด

๓๔

เอกสำรอำงอง

กระทรวงศกษาธการ. (๒๕๕๒). หลกสตรแกนกลำงกำรศกษำข นพ นฐำนพทธศกรำช ๒๕๕๑. กรงเทพฯ : โรงพมพชมนมสหกรณการเกษตรแหงประเทศไทย.

วภา ตณฑลพงษ. (๒๕๔๙). เกมภำษำสอควำมคดพชตกำรอำน. กรงเทพฯ : เกรท เอดดเคชน.

อจฉรา ชวพนธ. (๒๕๕๓). อำนเขยนเรยนรภำษำไทย. กรงเทพฯ: โกลบอลเอด.

______.(๒๕๕๔). พฒนำทกษะภำษำ พฒนำกำรคดดวยกจกรรมกำรเลนประกอบกำรสอนภำษำไทย. พมพครงท ๘. กรงเทพฯ: ส านกพมพแหงจฬาลงกรณมหาวทยาลย.

อญชา แสงอสนย และคณะ . (๒๕๕๓). หลกภำษำและกำรใชภำษำไทย ป. ๓. กรงเทพฯ : พฒนาคณภาพวชาการ(พว.).

_____. (๒๕๕๓). แบบฝกหดรำยวชำพ นฐำนภำษำไทย ป. ๓. กรงเทพฯ : พฒนาคณภาพวชาการ(พว.).

๓๕

top related