tense - ba2it.rmutsb.ac.thba2it.rmutsb.ac.th/vichakarn/plan_file/plan-1.pdf · 3...

24
1 TENSE Tense คืออะไร? แบ่งออกเป็นกี่ชนิด อะไรบ้าง? การเรียนให้เก่งเกี่ยวกับเรื่อง Tense ต้องเรียนตามขั้นตอนอย่างไร จงชี้แจงให้กระจ่างด้วย? Tense คือ “รูปแบบของกริยาที่แสดงให้ทราบว่า การกระทําหรือเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น เมื่อไร ได้เกิดขึ้นมาแล้วหรือกําลังเกิดขึ้นในกาลข้างหน้า” แบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ 1) Present Tense ปัจจุบันกาล 2) Past Tense อดีตกาล 3) Future Tense อนาคตกาล Tense แต่ละชนิดใหญ่ๆ ที่กล่าวมานียังแบ่งเป็น Tense เล็กๆ ไปอีกได้ 12 Tense ซึ่ง จะได้กล่าวในตอนต่อไป การเรียน Tense ให้ได้ผลและไม่สับสนนั้น ควรเรียนตามลําดับหัวข้อที3 ดังต่อไปนีคือ :- 1. จําชื่อ Tense ให้ได้ที่ภาษาอังกฤษและคําแปลเป็นภาษาไทย 2. เรียนรู้โครงสร้างของแต่ละ Tense ให้ได้อย่างถูกต้อง อย่าสับสน 3. เรียนรู้ความหมายของแต่ละ Tense ว่าใช้กับการกระทําหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่าง กรรมต่างวาระกันอย่างไร?

Upload: vanthien

Post on 23-Mar-2018

255 views

Category:

Documents


3 download

TRANSCRIPT

1

TENSE

Tense คออะไร? แบงออกเปนกชนด อะไรบาง? การเรยนใหเกงเกยวกบเรอง Tense

ตองเรยนตามขนตอนอยางไร จงชแจงใหกระจางดวย?

Tense คอ “รปแบบของกรยาทแสดงใหทราบวา การกระทาหรอเหตการณนนเกดขน

เมอไร ไดเกดขนมาแลวหรอกาลงเกดขนในกาลขางหนา” แบงออกเปน 3 ชนด คอ

1) Present Tense ปจจบนกาล

2) Past Tense อดตกาล

3) Future Tense อนาคตกาล

Tense แตละชนดใหญๆ ทกลาวมาน ยงแบงเปน Tense เลกๆ ไปอกได 12 Tense ซง

จะไดกลาวในตอนตอไป

การเรยน Tense ใหไดผลและไมสบสนนน ควรเรยนตามลาดบหวขอท 3 ดงตอไปน

คอ :-

1. จาชอ Tense ใหไดทภาษาองกฤษและคาแปลเปนภาษาไทย

2. เรยนรโครงสรางของแตละ Tense ใหไดอยางถกตอง อยาสบสน

3. เรยนรความหมายของแตละ Tense วาใชกบการกระทาหรอเหตการณทเกดขนตาง

กรรมตางวาระกนอยางไร?

2

1.1 การจาชอ Tense ใหไดทงภาษาองกฤษและภาษาไทยนน ควรจาโดยอาศย

หลกเกณฑอยางงายๆ ดงตอไปน

Simple Tense ธรรมดา

(1)........... Continuous Tense (2)............ กาลงกระทา

Perfect Tense สมบรณ

Perfect continuous Tense สมบรณกาลงกระทา

หมายเหต : จดไขปลาหมายเลข 1 ใหเอาคา Present, Past, Future เตมลงไปตามทตองการ

สวนจดไขปลาหมายเลข 2 ใหเอาคาวา ปจจบนกาล, อดตกาล, อนาคตกาล ไปเตมใส แลวให

วาภาษาองกฤษพรอมทงคาแปลเปนภาษาไทยสลบกนไปมาเชนนสก 2-3 ครงแลวในทสดทาน

กจะจาไดเองโดยอตโนมต ขออยางเดยวทานอยาขเกยจปฏบตตามคาแนะนากแลวกน

1.2 จาโครงสรางของแตละ Tense ใหไดอยางถกตองแมนยา เรองการจาโครงสราง

ของแตละ Tense แตละคนมวธการในการจดจาทไมเหมอนกน บางครงกยาวเกนไป จนจา

ไมไหว มวธการจาโครงสรางของแตละ Tense งายๆ ดงตอไปน

3

โครงสรางของ Tense ทง 12 Tense Simple = S + Verb 1 + ................

Present Continuous = S + is, am, are + Verb 1 ing + ...............

Perfect = S + has, have + Verb 3 + ................

Perfect conti. = S + has, have + been + Verb 1 ing + ...............

Simple = S + Verb 2 + ................

Past Continuous = S + was, were + Verb 1 ing + ...............

Perfect = S + had + Verb 3 + ................

Perfect conti. = S + had + been + Verb 1 ing + ...............

Simple = S + will, shall + Verb 1 + ................

Future Continuous = S + will, shall + be + Verb 1 ing + ...............

Perfect = S + will, shall + have + Verb 3 + ................

Perfect conti. = S + will, shall + have + been + Verb 1 ing + ............

4

ตวอยางพรอมคาแปลทง 12 Tense

Simple He walks. เขาเดน

Present Continuous He is walking. เขากาลงเดน

Perfect He has walked. เขาไดเดนแลว

Perfect conti. He has been walking. เขาไดกาลงเดนแลว

Simple He walked. เขาเดนแลว

Past Continuous He was walking. เขากาลงเดนแลว

Perfect He had walked. เขาไดเดนแลว

Perfect conti. He had been walking. เขาไดกาลงเดนแลว

Simple He will walk. เขาจะเดน

Future Continuous He will be walking. เขากาลงจะเดน

Perfect He will have walked. เขาจะไดเดนแลว

Perfect conti. He will have been walking. เขาจะไดกาลงเดนแลว

แบบฝกหด

ใหทาแบบฝกหดขางลางน โดยแตละประโยคใหแตงพรอมทงแปลมาใหครบ 12 Tense

หากประโยคใดทาไมไดขอใหดตวอยางประกอบ

5

1. She (speak) English wish her sister.

2. You (eat) rice in your house.

3. The dog (sleep) under the tree.

4. The students (play) football after school.

5. I (write) a letter in my room.

6. We (learn) English at school.

1.3 เมอไดมการทาแบบฝกหดแลว ตอไปกจะอธบายเรองการใช Tense วาในแตละ

Tense นน ใชกบเหตการณหรอการกระทาทเกดขนตางกรรมตางวาระกนอยางไร

อธบายการใช Present Tense ทง 4 Tense

Present Simple Tense มวธใชกบเหตการณไดดงตอไปน

(1) ใชกบเหตการณทเกดขนตามความจรงของธรรมชาต เชน :-

The earth moves round the sun.

โลกหมนรอบรอบดวงอาทตย

The sun rises in the east.

ดวงอาทตยขนทางทศตะวนออก เปนตน

(2) ใชกบเหตการณทเปนความจรงตาม คาสภาษต คาพงเพย สนทรพจน เชน :-

6

Negligence is the part of death.

ความประมาทเปนทางแหงความตาย

Honesty is the best policy.

ความซอสตยเปนนโยบายทดทสด เปนตน

(3) ใชกบเหตการณทเปนความจรงในขณะทพด (กอนหนาทจะพดหรอหลงพดไปแลวจะ

ไมเปนจรงเหมอนอยางทพดกได แตทแนๆ คอตองเปนจรงในขณะทพด) เชน :-

He stands under the tree.

เขายนอยใตตนไม (เหลยวไปดกยนอยจรงๆ ยงไมทนเดนไปไหน)

I have two books in the suitcase.

ฉนมหนงสอ 2 เลมอยในกระเปา (เปดออกมาดกเหนม 2 เลมจรงๆ ไมไดโกหก)

(4) ใชกบการกระทาทคดวาจะเกดขนในอนาคตอนใกล สวนมากมกจะใชกบ Verb ท

แสดงการเคลอนทจากจดหนงไปยงจดหนง) และตามกฎขอน Present Simple

Tense มคาวเศษณบอกเวลาทเปนอนาคตมารวมได เชน :-

We leave tomorrow.

พวกเราจะออกเดนทางวนพรงน

The train arrives at the station early tomorrow.

รถไฟจะมาถงสถานเชาตรวนพรงน เปนตน

7

(5) ใชกบเหตการณในกรณสรปเรองราวตางๆ ทเลามา แมเหตการณนนจะไดเกดขนแลว

ในอดตกตาม แตเรากแตงดวยประโยค Present Simple Tense ทงนกเพอใหเรองท

เลานนมชวตชวาเหมอนเรองทเกดขนในปจจบน (สวนมากมกใชในการเขยนนยาย

เชน :-

......Bassanio wants to go to Belmont to woo Portia. He ask Antonio to

lend him money. Antonio says that he has not any money at the moment

Until his ships come to port.......

.......บสสานโอตองการจะไปเบลมองต เพอเกยวพาราสกบนางเปอรเชย เขาขอยมเงน

กบอนโตนโอ อนโตนโอบอกวา ขณะนเขาไมมเงนเลย จนกวาเรอของเขาจะเขาเทยบ

ทาแลว (เขาจงจะมเงนใหยม)........

(6) ใชกบเหตการณในประโยค Subordinate Clause (อนประโยค) ทบงบอกเวลาเปน

อนาคต ซงประโยคของมนเองจะขนตนดวยคาตอไปน :-

If (ถา) unless (เวนเสยแตวา) as soon as (เมอ,ขณะท) until (จนกระทง) before

(กอนท) whenever (เมอไหรกตาม) while (ขณะท) เปนตน เชน :-

If you come here, we will tell you about that.

ถาคณมาทน เราจะบอกคณเกยวกบเรองนน

As soon as he arrives, you can leave.

เมอเขามาถง ทานกไปได เปนตน

8

(7) การกระทาของกรยาททานานไมได หรอกรยาทแสดงการรบร (Verb of perception)

ใหนามาแตงดวย Present Simple Tense เทานน เชน :-

Sumali loves her husband very much.

สมาลรกสามของเธอมาก (loves เปนกรยาแสดงการรบร)

I understand what you said.

ผมเขาใจสงททานพด (understand เปนกรยาแสดงการรบร)

(8) ใชกบเหตการณทบคคลหรอสตวทาเปนประจาโดยสมาเสมอ หรอทาเปนกจวตรโดย

มไดขาด ตามกฎการใชขอท 8 น Present Simple Tense มกจะมคาวเศษณ

(Adverb) บอกเวลาทเปนความสมาเสมอมารวม ไดแกคาตอไปน :-

always เสมอๆ

often บอยๆ

sometimes บางครง

usually โดยปกต

hardly แทบจะไม

every day ทกๆ วน

every week ทกๆ สปดาห

every month ทกๆ เดอน

9

once a week สปดาหละครง

on week days ทกวนธรรมดา เปนตน

His family always go to Hong Kong.

ครอบครวของเขาไปฮองกงเสมอๆ

She goes to school every day.

หลอนไปโรงเรยนทกๆ วน เปนตน

(9) ในเหตการณของประโยค Adverb Clause (วเศษณานประโยค) ทเปนปจจบนกาล

ธรรมดา (Present Simple Tense) ประโยค Main Clause (มขยประโยค) ตองใช

Present Simple Tense คลอยตามดวย เชน :-

Whenever he comes here, he says hello to me.

เมอไหรกตามทเขามาทน เขาพดสวสดกบผม

Every time he sees me, he gives me a smile.

ทกๆ ครงทเขาเหนผม เขายมใหผม เปนตน

Present Continuous Tense มวธใชดงตอไปน

(1) ใชกบเหตการณทกาลงกระทาอยในขณะทพด เชน :-

He is working in his garden.

เขากาลงทางานอยในสวน (มองไปกเหนทาอยจรงๆ ยงไมหยดทา)

10

The dogs is running towards here.

สนขกาลงวงตรงมายงทน (มองไปกเหนสนขกาลงวงมาจรงๆ)

หมายเหต ตามกฎการใชขอท 1 น Present Continuous Tense จะนาเอา now เขา

มาใชรวมดวยกได และเมอนามาใชรวมแลว มวธเรยงอย 3 อยาง คอ

ก. เรยง now ไวตนประโยค เมอตองการเนนเวลา เชน

Now we are learning English.

เดยวนเรากาลงเรยนภาษาองกฤษ

ข. เรยงเพอเลนสานวนการพดใหวาง now ไวหลง Verb to be เชน

I am now reading a book.

เดยวนฉนกาลงอานหนงสออย

ค. เรยงตามปกตการใชแบบธรรมดา ใหวาง now ไวสดประโยค เชน :-

Wilai is cooking in the kitchen now.

วไลกาลงทากบขาวอยในโรงครวเดยวน

(2) ใชกบเหตการณทกาลงกระทาอยในระยะเวลาอนยาวนานของชวง วน,เดอน,ป ซงตาม

ขอเทจจรงในขณะทพดประโยคนออกมาแลว การกระทาอนนนอาจจะยงไมกาลง

ดาเนนการเคลอนไหวอยจรงๆ กได แตหากวาเมอพดถงชวงระยะเวลาอนยาวนานแลว

กกาลงกระทาสงนนอยจรงๆ เชน :-

11

He is studying hard in this term.

เขากาลงเรยนหนงสออยางขะมกเขมนเทอมน

I am working at the Siam Motors Co., Ltd. This year.

ผมกาลงทางานอยทบรษทสยามกลการปน เปนตน

(3) ใชกบเหตการณทผพดมนใจวา จะตองเกดขนแนนอนในอนาคตอนใกล ตามทได

ตงใจเอาไว เชน :-

We are leaving for Paris tomorrow.

พวกเราจะออกเดนทางไปนครปารสวนพรงน

Mr. Tomson is coming here soon.

มร. ทอมสนจะมาทนเรวๆ น เปนตน

กรยาทนาแตงเปน Continuous Tense ไมได

ถาม : กรยาทกตวนามาแตงเปน Present Continuous Tense ไดหมดใชหรอไม?

หรอมขอยกเวนอยางไร จงอธบายใหเขาใจ?

ตอบ : โดยปกตทวไปแลว กรยา (Verb) ทกตวนามาแตงเปน Present Continuous Tense

ไดทงนน แตมกรยาอยบางจาพวกทไมนยมนามาแตงเปน Present Continuous

Tense ทงนกเพราะคนองกฤษและอเมรกาเขาเหนวา กรยาเหลานทานานไมได

12

ไดแกกรยาตอไปน คอ :-

(1) กรยาทแสดงการรบร (Verb of Perception) ไดแก :-

See (เหน, เขาใจ) feel (รสก)

Smell (ดม) hear (ไดยน)

Taste (เขาใจ)

(2) กรยาทแสดงภาวะของจตใจ (State of Mind) แสดงความรสก (Feeling) หรอ

แสดงความสมพนธ (Relationship) ไดแก :-

know (รจก) hate (เกลยด)

love (รก) understand (เขาใจ)

believe (เชอ) seem (ดเหมอน)

belong (เปนของ) appear (ปรากฏวา)

remember (จาได) like (ชอบ)

want (ตองการ) forgive (ใหอภย) เปนตน

I see something here.

ฉนเหนอะไรบางอยางอยทน

(อยาใช : I am seeing something here.)

13

She love me very much.

หลอนรกผมมาก

(อยาใช : She is loving me very much.)

เมอแตงดวย Present Continuous Tense ไมไดใหนาไปแตงดวย Present

Simple Tense ตามกฎขอท 7 ดงทอธบายไวแลว

อยางไรกตาม กรยาทแสดงการรบร แสดงภาวะของจตใจ หรอแสดงการสมพนธ

เหลานกอาจจะนาไปแตงดวย Present Continuous Tense ได ถากรยาเหลานมความหมาย

เปนอยางอน นอกจากความหมายเดม เชนคาวา “see” ถาแปลวา “ไปพบ, ไปสง” (ตาม

ความหมายเดมแปลวา เหน) กนามาแตงเปน Present Continuous Tense ได เชน :-

Kukrit is seeing Turng Siew Ping tomorrow.

คกฤทธจะพบกบเตง เสยว ผง วนพรงน (seeing = meeting)

I am seeing my friend off at Don Muang Airport.

ฉนจะไปสงเพอนของฉนททาอากาศยานดอนเมอง (seeing = saying goodbye)

Feel ถาแปลวา “คลาหา” (ตามความหมายเดมแปลวา รสก) กนามาแตงเปน

Present Continuous Tense ได เชน :-

The blind man is feeling his way along the street.

ชายตาบอดคนนนกาลงคลาหาทางของเขาไปตามถนน (feeling = groping)

14

Present Perfect Tense มวธใชดงตอไปน

(1) ใชกบเหตการณทเกดขนแลวในอดตและตอเนองมาจนถงเวลาปจจบน (คอเวลาทพด

ประโยคนออกไป) และตามกฎการใชขอท 1 นมกจะมคาวา since (ตงแต), for (เปน

เวลา), มาใชรวมเสมอ เพอบงบอกเวลาทเกดขนจากอดตมาถงปจจบน เชน :-

He has lived in America since 2500.

เขาอาศยอยอเมรกาตงแตป พ.ศ.2500 (ขณะทพดเขากอยทอเมรกา ยงไมไดกลบมา)

I have worked in this company for six years.

ฉนไดทางานอยทบรษทนมาแลวเปนเวลา 6 ป (ขณะพดกยงทาอย ไมไดลาออก

ไปทาทอน)

ถาม : since และ for ใชตางกนอยางไร?

ตอบ : since แปลวา “ตงแต” ใชบอกเวลาเปนจดเรมตนของเหตการณทไดเกดขนในอดต

มาจนถงปจจบนวา เกดขนเมอไร วน เดอน ป อะไร เปนตน เชน :-

She has lived in Bangkok since 2515.

หลอนไดมาอยกรงเทพตงแต พ.ศ.2515

We have studied English since January.

พวกเราเรยนภาษาองกฤษมาตงแตเดอน มกราคม

15

หรอบางครงอาจเปนประโยคกได ซงเรยกวา Adverb Clause ทมาเรยงตามหลง

since เพอบงบอกเวลาจดเรมตน เชน :-

He has worked hard since he left his parents.

เขาทางานหนกตงแตเขาหนจากพอแม เปนตน

for ใชสาหรบบอกชวงเวลาอนยาวนานของเหตการณทเกดขนจากอดตมาจนถง

ปจจบนวา นานแลวไดเทานนวน, เทานนเดอน, เทานนป (แตไมไดบอกจดเรมตนของการ

กระทา) เชน :-

We have studied English for two months.

พวกเราเรยนภาษาองกฤษมาแลวเปนเวลา 2 เดอน

He has worked in the garden for five hours.

เขาทางานอยในสวนเปนเวลา 5 ชวโมงแลว เปนตน

(2) ใชกบเหตการณหรอการกระทาทไดเคยทาในอดต จะเปนครงเดยวหรอหลายครงกได

และการกระทาทวานน อาจกระทาอกในปจจบน หรออนาคตกได (แตไมไดทาทกวน

หรอทาบอย) และการใชตามกฎขอท 2 น มกจะม ever (เคย), never (ไมเคย)

นามาใชรวมเสมอ เชน

Has he ever eaten rice at this restaurant many time ?

เขาเคยทานขาวทภตตาคารนหลายครงแลวหรอ?

My father has never spoken English wish me.

16

คณพอของฉนไมเคยพดภาษาองกฤษกบฉน เปนตน

(3) ใชกบเหตการณหรอการกระทาทจบลงแลว แตผลของการจบลงนนยงคงประทบ

จตใจของผพดอย หมายความวา ผพดไมลมกบการทไดกระทะสงทจบลงไปนน

เชน:-

I have turned on the light in this room.

ผมไดปดไฟในหองนแลว

(ผมจะเปดไฟเมอใดไมสาคญ ผมตองการจะบอกแตเพยงวา ผลการกระทาคอการเปด

ไฟนนเปดเสรจไปแลว และขณะนไฟนนยงสวางอยยงไมดบ โดยอาศยแสงสวางน

ทานจะเลนการพนน ฉนขาวเยนหรออานหนงสอกเชญตามสบาย)

The train has left the station.

รถไฟไดออกจากสถานไปแลว

(รถไฟไดออกจากสถานเมอใดไมสาคญ ขอสาคญอยตรงทวา การทรถไฟออกไปจาก

สถานซงผมเหนเปนรปขบวนยาวเหยยดแลวนน ผมยงไมลมยงคงประทบจตใจผมจง

ใช Present Perfect Tense พด)

หมายเหต ถาการกระทาทจบเสรจสนลงไปแลวนนไมประทบจตใจเราอย หรอพด

งายๆ กคอ วาจบไปแลวกแลวกนไปอะไรทานองน ไมนาจะมอะไรหลงเหลออยเลย

เชนน กใหพดดวยประโยคอดตกาลธรรมดา (Past Simple Tense) เทานนเอง

17

(4) ใชกบเหตการณทพงจะจบลงไปไมนาน ซงการใชตามกฎขอนมกจะมคาวา just

(พงจะ), already (เรยบรอยแลว), yet (ยง), family (ในทสด) เปนตน มารวมอยใน

ประโยคดวยเสมอ เชน :-

The train has just arrived at the station.

รถไฟพงจะมาถงสถาน

(หมายความวา รถไฟเขามาจอดทชานชาลายงไมทนนาน เครองจกรยงรอนระออย

ผมจงใชประโยคนพดออกมา เพอแสดงวา การเขามายงไมทนนาน)

I have already opened the window.

ผมไดเปดหนาตางเรยบรอยแลว

(หมายความวา ผมไดเปดหนาตางไวแลวไมนานกเดนมาพบทาน พอทานถามวาเปด

หนาตางแลวหรอยง? ผมกตอบทนทวา ผมไดเปดไวเรยบรอย พอเดนลงมากพบทาน

พอด แตความขอนมไดมงเอาผลแหงการประทบจตประทบใจ มงเพยงไดกระทาสง

นนแลวไมนาน)

Present Perfect Continuous Tense มวธใชดงตอไปน

Tense นมวธใชเชนเดยวกนกบ Present Perfect Tense ทกกรณ เพยงแตวา

เมอเราใช Present Perfect Continuous Tense พดกยอมหมายความวา เราตองการเนนถง

การกระทาทไดกระทามาตองแตอดตตดตอมาจนถงปจจบน และจะกระทาตอไปในอนาคต

เชน

18

I have been staying here for five years.

ผมไดอยทนมาแลวเปนเวลา 5 ป (ขณะนผมกอยทน)

ประโยคนหมายความวา ผมไดอยทนมาแลวเปนเวลา 5 ป ซงเนนหนกลงไปวา

ตลอดระยะเวลา 5 ป ทผานมา ผมไมไดยายไปไหน ปจจบนนกอยทนและอนาคตกคงอยทน

อก รบรองวาไมยายไปไหนแน

We have been studying English for three years.

พวกเราไดเรยนภาษาองกฤษมาแลวเปนเวลา 3 ป (ขณะนกเรยนอย)

ประโยคนกเชนเดยวกน เนนใหเหนวาระยะเวลา 3 ป ทผานมาน ไดเรยนภาษาองกฤษ

จรงๆไมใชเรยนแลวกหยดหรอหยดแลวกเรยน และปท 4-5 กจะเรยนตอไปอกอยางนเปนตน

ถาม : Present Perfect Continuous Tense กบ Present Perfect Tense เหมอนกนจรงๆ

พอจะอธบายใหฟงไดไหมวา มขอแตกตางกนบางสกนดหรอไม?

ตอบ : มครบ... ขอแตกตางมดงนคอ :-

ถาใช Present Perfect Tense พดไมแสดงความตอเนองการกระทา อาจจะทาแลว

กหยด หรอหยดแลวกทาตอไปอกกเปนได

ถาใช Present Perfect Continuous Tense พดแสดงความตอเนองของการกระทา

ตดตอกนจรงๆ ตงแตอดตจนถงปจจบน แลวกจะทาตอไปอกในอนาคต ดตวอยาง

นเปรยบเทยบ เชน :-

19

He has studied English for two years.

He has been studying English for two years.

ทง 2 ประโยค แปลวา เขาไดเรยนภาษาองกฤษมาแลวเปนเวลา 2 ป (ประโยคท 1

เปนการพดแบบธรรมดาวา ไดเรยนมาแลว 2 ป สวนประโยคท 2 เปนการพดแบบเนนให

เหนชดเจนวา ตลอดระยะเวลา 2 ป ไดเรยนภาษาองกฤษมาแลวจรงๆ ไมไดหยดเรยน เรยน

หยดอะไรทานองน ซงหมายถงวา ปท 3-4 กจะเรยนตอไปอก

อธบายการใช Past Tense

Past Simple Tense มวธใชดงตอไปน คอ :-

(1) ใชกบเหตการณทเกดขนแลวในอดตและกจบลงไปแลวในอดตโนน มไดตอเนอง

มาถงเวลาในขณะทพด การใช Past Simple Tense ตามกฎขอนมกจะมคาบง

เวลาทเปนอดตมารวมเสมอไดแกคาวา

yesterday เมอวานน

last week สปดาหทแลว

last year ปทแลว

ago ลวงมาแลว

last night เมอคนทแลว

last month เดอนทแลว

20

this morning เมอเชาน

recently เมอเรวๆ น

และในป พ.ศ., ค.ศ. ทผานมาทงหมด เชน B.E. 2520, A.D. 1970

Porn and Wanna went to Japan last year.

พรและวรรณาไปเทยวประเทศญปนเมอปทแลว (ขณะพดไปกลบมาแลว)

He saw me at the market yesterday.

เขาพบฉนทตลาดเมอวานน (ขณะพดการพบไดเสรจสนไปแลว) เปนตน

(2) ใชกบเหตการณทกระทาเปนประจาในอดต ซงตามกฎขอนม กรยาวเศษณบอก

ความถมารวมได แตตองใหมคาบอกเวลาทเปนอดตมากากบไวอกครงหนง (เพอ

ปองกนมใหไปสบสนกบการใช Present Simple Tense ตามกฎขอท 8) เชน :-

Somsri always went to Puket last month.

สมศรไปเทยวภเกตเสมอๆ เมอเดอนทผานมา

He played football every day last year.

เขาเลนฟตบอลทกๆ วน เมอปทแลว เปนตน

(3) ใชกบเหตการณทเกดขนแลวชวระยะเวลาหนงในอดต และระยะเวลานนกผาน

พนมาแลวจะเปนกวน เดอน ป ไดทงนน ตามกฎขอนม ago (ลวงมาแลว) มา

ใชรวมเสมอ เชน :-

21

He lived there ten years ago.

เขาอยทนนเมอ 10 ป ลวงมาแลว

ประโยคนหมายความวา ขณะทพดเขาไมไดอยทนนแลว แตเมอ 10 ป

กอนนน เขาอยทนน

This land belonged to me three years ago.

ทดนแปลงนเปนของผมเมอ 3 ปลวงมาแลว

ประโยคนหมายความวา ขณะทพดน ผมไมไดเปนเจาของทดนแปลงนเสย

แลวแตผมเปนเจาของเมอ 3 ปกอน ดงนนผมไมมสทธทจะเอาทดนแปลงน

ไปจานองได เพราะมนเปนกรรมสทธของคนอนไปเสยแลว

(4) ในกรณทประโยค Adverb Clause เปน Past Simple Tense ประโยค Main

Clause (มขยะประโยค) ตองเปน Past Simple Tense ตลอดไป เชน :-

Whenever he came here, he said hello to me.

เมอไรทเขามาทน เขาพดสวสดกบผม

Every time he saw her, he gave her a smile.

ทกๆ ครงทเขาพบเธอ เขายมใหเธอ (ทนท) เปนตน

22

Past Continuous Tense มวธใชดงน

(1) ใชกบเหตการณ 2 อยางทเกดขนไมพรอมกน (อยาลมวา Past Continuous Tense เขา

ไมนยมใชแตมนโดยลาพง มกจะใชควบคกบเหตการณ 2 อยาง) โดยมหลกการแตงดงน:-

เหตการณใดทากอนหรอเกดขนกอนใช Past Continuous Tense

(Subject + was, were + Verb 1 ing + ..........)

เหตการณใดทาทหลงหรอเกดขนทหลงใช Past Simple Tense

(Subject + Verb 2 + ..........) ตวอยางเชน

โจทย : When we (eat) our dinner, the light (go) out.

เฉลย : When we were eating our dinner, the light went out.

เมอเรากาลงทานอาหารอยไฟกดบ

ประโยคนหมายความวา การทานอาหารเกดขนกอน หรอลงมอทากอน

และในขณะทกาลงทานอาหารอยอยางเอรดอรอยนน บงเอญไฟเจากรรม

นายเวรกเกดดบเอาเสยดอๆ ดงนน การทานอาหารเกดขนกอนจงตองใช

Past Continuous Tense สวนการทไฟดบเกดขนทหลงจงใช Past

Simple Tense คงไมมใครทคดวา ไฟดบเกดขนกอนแลวจงลงมอทานขาว

กนทหลง

โจทย : He (see) an accident while he (walk) along the street.

เฉลย : He saw an accident while he was walking along the street.

23

เขาเหนอบตเหตขณะทเขาเดนไปตามถนน

ประโยคนหมายความวา การทจะเหนอบตเหตไดตองอาศยการเดน

เพราะฉะนนการเดนจงตองเกดขนกอน เมอมการเดนไปตามถนนแลว การ

กระทาอยางท 2 คอ การไดเหนอบตเหตจงเกดขนตามมา

(2) ใชกบเหตการณทไดกระทาตดตอกนตลอดชวงเวลาทไดระบไวในประโยค เชน

My father was working all day yesterday.

เมอวานนคณพอของผมทางานตลอดทงวนเลย

ประโยคนหมายความวา การทผมใช Past Continuous Tense พด กเพราะผม

ตองการเนนใหเหนวา เมอวานนตลอดทงวนพอของผมไมไดอยนงเฉยๆ แตหาก

ทางานทงวน และขอใหสงเกตดวยวา จะมคาบงบอกชวงเวลามากากบอยใน

ประโยคดวย (คอ all day yesterday) ความจรงประโยคเชนนเราพดดวย Past

Simple Tense กได โดยพดวา :-

My father worked all day yesterday.

เมอวานนพอของผมทางานทงวน

แตฟงดแลว คนองกฤษเขาเหนวา มนเปนประโยคทมเนอความเนอยๆ จดๆ ไม

กระฉบกระเฉงเหมอนประโยคแรก ถงคาแปลในภาษาไทยจะแปลไวเหมอนกนก

ตาม ขอใหทานสงเกตเอาไว

24

(3) ใชกบเหตการณ 2 อยาง ทกาลงกระทาในเวลาเดยวกนกได (นยมใชกบกรยาททาไดนาน

ดวยกนทง 2 เทานน หากเปนกรยาททาไมนาน กใหนาไปแตงตามกฎขอท 1) เชน :-

(4) He was cleaning the house while I was cooking breakfast.

เขากาลงทาความสะอาดบานในขณะทผมกาลงทาอาหารเชา

ประโยคนหมายความวา ขณะทผมกาลงทาอาหารเชาอยนน กเปนเวลาเดยวกนกบ

ทเขาทาความสะอาดอย ดงนน กรยาทง 2 น ถอเปนกรยาททานานดวยกนทงค

จงนามาแตงตามกฎขอท 3 นได ในทางตรงกนขามหากแตงประโยคหนงดวย

Past Simple Tense และอกประโยคหนงดวย Past Continuous Tense เชนน

เนอความทงสองกจะจดจางไปเลย